
นานมาแล้ว ในเมืองพาราณสี พระโพธิสัตว์ทรงเสวยพระชาติเป็น 'สุมังละ' โหราจารย์ผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วสารทิศ ท่านเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญในวิชาโหราศาสตร์อย่างหาผู้ใดเปรียบมิได้ ทายแม่นยำทุกอย่าง ตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยจนถึงเรื่องใหญ่ของบ้านเมือง
ในเมืองพาราณสีนั้น มีชายหนุ่มผู้หนึ่งชื่อ 'กุละ' เขาเป็นคนขี้เกียจ ไม่ทำการทำงานเอาแต่กินนอนไปวันๆ วันหนึ่ง กุละได้เดินทางไปหาท่านสุมังละ โหราจารย์
“ท่านอาจารย์ผู้ทรงภูมิ” กุละกล่าวด้วยท่าทางประจบสอพลอ “ข้าพเจ้ามีความกังวลใจนักเกี่ยวกับอนาคตของตนเอง ขอท่านอาจารย์ช่วยทำนายให้ข้าพเจ้าด้วยเถิด”
ท่านสุมังละมองดูกุละแล้วพิจารณาด้วยปัญญาอันล้ำลึก ท่านมองเห็นดวงชะตาของกุละว่าเต็มไปด้วยความตกต่ำ แต่ท่านก็ไม่ต้องการจะบั่นทอนกำลังใจของชายหนุ่ม
“เจ้ากุละ” ท่านสุมังละกล่าว “ดวงชะตาของเจ้ากำลังจะพบกับสิ่งร้ายแรง แต่หากเจ้ามีความเพียรพยายาม ขยันหมั่นเพียร และตั้งใจทำความดี สิ่งร้ายเหล่านั้นก็จะบรรเทาเบาบางลงไปได้”
กุละได้ยินดังนั้นก็ไม่รู้สึกยินดียินร้ายอันใดนัก เขารู้สึกว่าคำทำนายของสุมังละนั้นเป็นเพียงคำพูดที่เลื่อนลอย
“แล้วข้าพเจ้าควรจะเริ่มต้นอย่างไรดีขอรับ” กุละถาม
“หากเจ้าพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตนเอง” ท่านสุมังละตอบ “เจ้าจงไปหาช่างทอง แล้วขอรับอาสาเป็นลูกมือ จงเรียนรู้วิชาการทำทองให้ดีที่สุด”
กุละรับคำ แต่ในใจก็ยังคงความเกียจคร้านอยู่ ท่านสุมังละรู้ดีว่าการบอกตรงๆ อาจไม่ทำให้กุละเปลี่ยนแปลง จึงคิดอุบาย
วันต่อมา ท่านสุมังละได้เชิญกุละมาอีกครั้ง
“กุละ” ท่านสุมังละกล่าว “ข้าได้พิจารณาดูดวงชะตาของเจ้าอย่างถี่ถ้วนอีกครั้ง ข้าพบว่าในวันพรุ่งนี้ เวลาเที่ยงตรง จะมีพายุใหญ่พัดเข้าเมือง และจะเกิดน้ำท่วมสูงถึงหลังคาเรือน หากเจ้าไม่เตรียมตัวให้ดี ชีวิตของเจ้าอาจตกอยู่ในอันตราย”
กุละตกใจกลัวมาก เขาไม่เคยเชื่อคำทำนายของสุมังละมาก่อน แต่ครั้งนี้ความกลัวทำให้เขาเชื่อ
“แล้วข้าพเจ้าควรทำอย่างไรดีขอรับท่านอาจารย์” กุละถามอย่างร้อนรน
“มีทางเดียว” ท่านสุมังละกล่าว “เจ้าต้องรีบไปขึ้นไปอยู่บนยอดเขาที่สูงที่สุด เพื่อหลบพายุและน้ำท่วม
กุละไม่รอช้า รีบวิ่งออกจากบ้าน มุ่งหน้าไปยังภูเขาที่อยู่ไม่ไกล
ขณะเดียวกัน ท่านสุมังละก็แอบไปกระซิบบอกกับคนรับใช้ของท่านให้ไปบอกกับชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงว่า “ท่านสุมังละโหราจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ ได้ทำนายไว้ว่า วันพรุ่งนี้เวลาเที่ยงตรง จะเกิดพายุใหญ่และน้ำท่วมร้ายแรง หากไม่รีบหนีขึ้นที่สูง อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต”
เมื่อถึงเวลาเที่ยงตรงตามคำทำนาย ปรากฏว่าฟ้าก็ยังคงแจ่มใส ไม่มีวี่แววของพายุหรือน้ำท่วมใดๆ เลย
ชาวบ้านที่ได้รับข่าวต่างพากันวิ่งหนีขึ้นเขาไปอย่างอลหม่าน บางคนก็ร้องไห้เสียใจ บางคนก็ร่ำร้องขอชีวิต
ส่วนกุละ เมื่อวิ่งไปถึงยอดเขา ก็พบกับชาวบ้านคนอื่นๆ ที่หนีขึ้นเขามาเช่นเดียวกัน ทุกคนต่างมองไปที่เมืองเบื้องล่างด้วยความหวาดกลัว
แต่เมื่อเวลาผ่านไปจนบ่ายคล้อย ฟ้าก็ยังคงปกติ ไม่มีพายุ ไม่มีน้ำท่วม
ชาวบ้านเริ่มคลางแคลงใจ เมื่อเห็นว่าคำทำนายของสุมังละไม่เป็นความจริง พวกเขาก็พากันลงจากเขา
เมื่อกุละเห็นดังนั้น จึงรีบลงจากเขาตามไปด้วย
เมื่อกุละกลับมาถึงเมือง เขาเห็นภาพที่น่าตกใจ
ในขณะที่ชาวบ้านกำลังแตกตื่นหนีน้ำและพายุที่ท่านสุมังละทำนายไว้ ร้านรวงต่างๆ ในเมือง รวมถึงบ้านเรือนบางหลังที่ไม่มีคนอยู่ ก็ถูกโจรขโมยเข้าปล้นสะดมอย่างไม่ไว้หน้า
เมื่อชาวบ้านกลับมา พวกเขาพบว่าทรัพย์สินมีค่าต่างๆ ได้อันตรธานหายไปหมดแล้ว
กุละเองก็พบว่าทรัพย์สินของตนเองถูกโจรขโมยไปเช่นกัน
กุละเสียใจมาก เขาจึงกลับไปหาท่านสุมังละอีกครั้ง
“ท่านอาจารย์” กุละกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย “คำทำนายของท่านไม่เป็นจริงเลย ไฉนเลยท่านจึงหลอกลวงพวกข้าพเจ้า”
ท่านสุมังละมองกุละด้วยสายตาเปี่ยมด้วยความเมตตา
“กุละเอ๋ย” ท่านสุมังละกล่าว “ข้าไม่ได้ทำนายหลอกลวงเจ้า แต่วันนี้เป็นวันสำคัญของเจ้า”
“วันสำคัญของข้าพเจ้าหรือขอรับ” กุละสงสัย
“ใช่แล้ว” ท่านสุมังละกล่าว “เจ้าเห็นหรือไม่ว่าในขณะที่เจ้าและชาวบ้านกำลังหวาดกลัวอยู่บนเขา ทรัพย์สินของเจ้าก็ถูกขโมยไปหมดสิ้น หากเจ้ายังคงใช้ชีวิตด้วยความขี้เกียจ ไม่รู้จักทำมาหากิน วันหนึ่งทรัพย์สินที่เจ้ามีอยู่ก็จะหมดไปเช่นเดียวกัน
“แต่หากเจ้าเปลี่ยนนิสัย หันมาขยันทำการงาน สร้างเนื้อสร้างตัว หาเงินทองมาทดแทนสิ่งที่เสียไป เจ้าก็จะสามารถอยู่รอดได้
“คำทำนายเรื่องพายุและน้ำท่วมนั้น ข้าสร้างขึ้นเพื่อให้เจ้าตระหนักถึงภัยที่อาจมาถึงตัว หากเจ้าไม่เปลี่ยนแปลงตนเอง
“ในเมื่อทรัพย์สินของเจ้าได้อันตรธานหายไปแล้ว บัดนี้เจ้าไม่มีอะไรจะเสียอีกต่อไป นี่คือโอกาสอันดีที่เจ้าจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ด้วยความขยันหมั่นเพียร
“จงไปหาช่างทอง แล้วขอรับอาสาเป็นลูกมือ จงเรียนรู้วิชาการทำทองให้ดีที่สุด”
กุละได้ฟังคำของท่านสุมังละแล้ว ก็รู้สึกสำนึกผิด และเห็นจริงตามที่ท่านอาจารย์กล่าว
เขาจึงมุ่งมั่นตั้งใจ ฝึกฝนวิชาการทำทองอย่างจริงจัง ไม่ย่อท้อ
ด้วยความขยันหมั่นเพียร และความอดทน กุละก็สามารถเรียนรู้วิชาการทำทองจนชำนาญ
เขาเริ่มเปิดร้านทองเล็กๆ ของตนเอง ด้วยฝีมืออันประณีต และซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ทำให้กิจการของเขารุ่งเรืองขึ้นเรื่อยๆ
ในที่สุด กุละก็กลายเป็นช่างทองผู้มั่งคั่ง และมีชื่อเสียง
เขาได้เรียนรู้ว่า การเปลี่ยนแปลงตนเอง การขยันหมั่นเพียร และการไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค คือหนทางสู่ความสำเร็จที่แท้จริง
พระโพธิสัตว์ (สุมังละ) ได้แสดงให้เห็นถึงการใช้ปัญญาในการชี้นำผู้อื่น ให้เห็นถึงภัยอันตรายที่อาจเกิดขึ้น และกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี
— In-Article Ad —
ภัยอันตรายที่แท้จริง อาจไม่ใช่สิ่งที่มองเห็นได้ด้วยตา แต่คือความประมาทและความเกียจคร้าน ที่จะนำมาซึ่งความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่กว่า
บารมีที่บำเพ็ญ: ปัญญาบารมี, วิริยบารมี
— Ad Space (728x90) —
525มหานิบาตความซื่อสัตย์คือสมบัติอันประเสริฐณ แคว้นมคธอันรุ่งเรือง มีเมืองหลวงชื่อราชคฤห์ กษัตริย์ผู้ครองนครมีพ...
💡 ความซื่อสัตย์เป็นคุณธรรมอันประเสริฐที่ควรยึดถือปฏิบัติ ไม่ว่าจะต่อผู้อื่นหรือต่อสัตว์
253ติกนิบาตมหาสุบินชาดก ในสมัยพุทธกาล พระโพธิสัตว์ได้เสวยพระชาติเป็น “พระเจ้าวิเทหราช” ผู้ทรงเป็นกษัตริย์แห่งแค...
💡 เหตุการณ์ต่างๆ มีที่มาที่ไปจากกรรม การประพฤติชอบด้วยกาย วาจา ใจ จะนำมาซึ่งความสุขและความเจริญ
59เอกนิบาตน้ำใจในยามทุกข์ยากณ แคว้นโกศลอันร่มเย็น กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ชื่อว่า เมือ...
💡 การให้ย่อมบังเกิดผล การช่วยเหลือผู้อื่นในยามทุกข์ยากนั้น ยิ่งใหญ่กว่าสิ่งใด.
4เอกนิบาตณ กรุงพาราณสี อันรุ่งเรืองด้วยพระบารมีของพระโพธิสัตว์ที่เสวยพระชาติเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงธรรม มีเร...
💡 ความผิดพลาดในอดีตไม่ได้ตัดสินคุณค่าของคนในปัจจุบัน การให้อภัยและการให้โอกาสสามารถนำพาผู้คนไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นได้ และความสำเร็จที่แท้จริงนั้นเกิดจากการกระทำที่สุจริตและเปี่ยมด้วยคุณธรรม
113เอกนิบาตอัชชุคชาดก ในอดีตกาล ณ แคว้นกาสี มีพระราชาผู้ทรงธรรมนามว่า พระเจ้าอัชชุคะ พระองค์ทรงมีพระมเหสีผู้เป็...
💡 การรักษาคำพูดเป็นสิ่งสำคัญ แต่การใช้ปัญญาแก้ไขปัญหาจะนำพาไปสู่ชัยชนะ
65เอกนิบาตมหาวานรชาดก ณ กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงจุติเป็นพระเวสสันดร สัมมาสัมพุทธเจ้าข...
💡 มหาวานรชาดกสอนให้เราเห็นถึงคุณธรรมอันสูงส่งของการเสียสละและความเมตตา การมีจิตใจที่พร้อมจะช่วยเหลือผู้อื่น แม้จะต้องแลกมาด้วยชีวิตของตนเอง เป็นการกระทำที่ประเสริฐยิ่ง. การเสียสละเพื่อส่วนรวม หรือเพื่อผู้อื่นที่ตกทุกข์ได้ยากนั้น เป็นการกระทำที่ควรแก่การยกย่องและจดจำ.
— Multiplex Ad —